รับซ่อมคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรมเกษตร
รับซ่อมคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นชุดอุปกรณ์และกระบวนการที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม หรือเมล็ดพืช เพื่อชะลอการเสื่อมคุณภาพ ลดการสูญเสียน้ำหนัก และยืดอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว (post-harvest)
หลักการทำงานพื้นฐานของระบบทำความเย็น
ระบบส่วนใหญ่ใช้วงจรทำความเย็นแบบอัดไอ (Vapor Compression Refrigeration) ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก
-
คอมเพรสเซอร์ (Compressor)
-
อัดสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูง
-
-
คอนเดนเซอร์ (Condenser)
-
ระบายความร้อนออกสู่ภายนอก ทำให้สารทำความเย็นกลายเป็นของเหลว
-
-
วาล์วขยายตัว (Expansion Valve)
-
ลดความดันและอุณหภูมิของสารทำความเย็นอย่างรวดเร็ว
-
-
อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator)
-
ดูดซับความร้อนจากอากาศหรือสินค้าภายในห้องเย็น ทำให้อากาศเย็นลง
-
ลมเย็นที่ได้จะถูกพัดหมุนเวียนทั่วห้อง ทำให้อุณหภูมิของผลผลิตลดลงสม่ำเสมอ
ประเภทการใช้งานในภาคเกษตร
1. ห้องเย็นเก็บรักษาผลผลิต (Cold Storage)
-
อุณหภูมิทั่วไป 0–15°C (ขึ้นกับชนิดสินค้า)
-
ควบคุมความชื้นเพื่อป้องกันการเหี่ยวหรือเน่า
-
ลดการเจริญของจุลินทรีย์และการหายใจของพืช
2. ระบบพรีคูลลิ่ง (Pre-cooling)
รูปแบบที่ใช้บ่อย:
-
เป่าลมเย็นผ่านสินค้า (Forced-air cooling)
-
แช่น้ำเย็น (Hydrocooling)
-
ลดความดันให้ระเหยน้ำและดึงความร้อนออก (Vacuum cooling)
-
ช่วยคงความสดและลดการสูญเสียคุณภาพอย่างมาก
3. ระบบทำความเย็นในโรงเรือนเพาะปลูก
-
ดูดลมร้อนจากภายนอกผ่านแผ่นรังผึ้งที่เปียกน้ำ
-
น้ำระเหยและดึงความร้อนออก ทำให้อากาศที่เข้าโรงเรือนเย็นลง
-
เหมาะกับอากาศร้อนแห้ง และประหยัดพลังงานกว่าระบบแอร์ขนาดใหญ่
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเกษตร
-
ยืดอายุการเก็บรักษาจากไม่กี่วันเป็นหลายสัปดาห์หรือเดือน
-
ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว (post-harvest loss)
-
รักษาคุณภาพ สี กลิ่น รส และคุณค่าทางโภชนาการ
-
ทำให้สามารถขนส่งไกลและส่งออกได้
-
เพิ่มมูลค่าสินค้าและความสม่ำเสมอของคุณภาพ
สรุปคือ ระบบทำความเย็นไม่ใช่แค่ “ทำให้เย็น” แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเกษตรสมัยใหม่ ตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงผู้บริโภคปลายทาง.
