การซ่อมคอมเพรสเซอร์โรงงาน ทำอย่างไรได้บ้าง?
การซ่อมคอมเพรสเซอร์ในโรงงาน (Industrial Air Compressor Repair) ควรทำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เครื่องกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลด Downtime และยืดอายุการใช้งาน โดยแนวทางหลักมีดังนี้
1) ตรวจวิเคราะห์อาการ (Diagnosis)
เริ่มจากการระบุสาเหตุที่แท้จริงก่อนซ่อม
-
เครื่องไม่อัดลม / แรงดันตก
-
เสียงดังผิดปกติ / สั่นสะเทือน
-
คอมเพรสเซอร์ร้อนจัด / ตัดการทำงานบ่อย
-
มีน้ำมันหรืออากาศรั่ว
-
กระแสไฟสูงผิดปกติ
เครื่องมือที่ใช้: Pressure gauge, Clamp meter, Thermal gun, Leak detector
2) ซ่อมตามอาการที่พบบ่อย
ระบบกลไก
-
เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ (Reciprocating)
-
ซ่อม/เปลี่ยนแบริ่ง เพลาข้อเหวี่ยง
-
ซ่อม Rotor, Bearing (Screw Compressor)
-
ปรับ Alignment มอเตอร์–คอมเพรสเซอร์
ระบบลมและน้ำมัน
-
เปลี่ยนวาล์วดูด–วาล์วอัด
-
แก้ไขจุดรั่วของท่อ ซีล ปะเก็น
-
เปลี่ยน Oil separator, Air filter, Oil filter
-
ล้าง Oil cooler / Aftercooler
ระบบไฟฟ้าและควบคุม
-
ตรวจ Inverter / Contactor / Relay
-
ตรวจ Sensor (Pressure, Temperature)
-
แก้ไขตู้ Control, PLC, Overload
3) Overhaul (ซ่อมใหญ่)
เหมาะกับเครื่องที่ใช้งานหนักต่อเนื่องหลายปี
-
ถอดเครื่องตรวจทุกชิ้นส่วน
-
เปลี่ยนอะไหล่สึกหรอทั้งหมด
-
ตั้งค่ามาตรฐานโรงงาน (Factory spec)
-
Run test และ Load test ก่อนใช้งานจริง
4) บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
ช่วยลดการเสียฉุกเฉิน
-
เปลี่ยนน้ำมันตามชั่วโมงการทำงาน
-
ทำความสะอาดไส้กรองลม
-
ตรวจแรงดัน อุณหภูมิ เสียง และการสั่น
-
บันทึกประวัติการซ่อม (Maintenance Log)
5) ควรซ่อมเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญ?
ซ่อมเองได้
-
งานเบื้องต้น: เปลี่ยนกรองลม, น้ำมัน, เช็ครอยรั่ว
ควรจ้างช่าง/บริษัทเฉพาะทาง
-
งาน Overhaul
-
ระบบไฟฟ้าแรงสูง / Inverter
-
Screw compressor ขนาดกลาง–ใหญ่
-
ต้องการรับประกันงานซ่อม
สรุป
การซ่อมคอมเพรสเซอร์โรงงานที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจาก วิเคราะห์อาการ → ซ่อมตรงจุด → ทดสอบ → วางแผนบำรุงรักษา หากเครื่องมีบทบาทสำคัญต่อสายการผลิต แนะนำใช้ PM + Overhaul ตามรอบ จะคุ้มค่ากว่าการซ่อมฉุกเฉิน
