บทความ

การทำงานของคอมเพรสเซอร์โรงงาน

คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ในโรงงานมีหน้าที่หลักคือ อัดอากาศหรือก๊าซ เพื่อเพิ่มความดันและเก็บสะสมไว้ใช้งานในระบบต่าง ๆ เช่น งานเครื่องจักรลม, ระบบลำเลียง, งานพ่นสี, ระบบทำความเย็น หรือแม้แต่กระบวนการผลิตบางประเภท โดยการทำงานของคอมเพรสเซอร์ในโรงงานสามารถอธิบายได้ ดังนี้

หลักการทำงานของคอมเพรสเซอร์

  1. ดูดอากาศจากบรรยากาศเข้าไปในกระบอกสูบหรือชุดอัด

    • ใช้แรงดูดจากการเคลื่อนที่ของลูกสูบ (แบบลูกสูบ) หรือการหมุนของโรเตอร์ (แบบสกรู/ใบพัด)

  2. อัดอากาศให้มีความดันสูงขึ้น

    • เมื่อปริมาตรอากาศลดลง ความดันจะสูงขึ้นตามหลักฟิสิกส์ (กฎของ Boyle)

  3. ระบายความร้อนจากอากาศที่ถูกอัด

    • อากาศที่ถูกอัดจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น จึงต้องผ่าน Aftercooler หรือระบบทำความเย็นก่อนเข้าถังเก็บ

  4. เก็บอากาศไว้ในถังเก็บลม (Air Receiver Tank)

    • เพื่อควบคุมแรงดันให้คงที่ ลดการสวิงของแรงดัน และทำหน้าที่สำรองอากาศ

  5. ส่งอากาศเข้าสู่ระบบท่อลมในโรงงาน

    • อากาศถูกส่งไปเลี้ยงเครื่องจักร Pneumatic, หัวพ่นสี, วาล์วควบคุม หรือเครื่องมือช่างลมต่าง ๆ

ประเภทคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ในโรงงาน

  1. แบบลูกสูบ (Reciprocating Compressor)

    • ใช้ลูกสูบอัดลม เหมาะกับงานที่ต้องการแรงดันสูง แต่ปริมาณลมไม่มากนัก

  2. แบบสกรู (Screw Compressor)

    • ใช้โรเตอร์ 2 ตัวหมุนเข้าหากัน อัดลมได้ต่อเนื่อง ให้ปริมาณลมมาก เหมาะกับงานโรงงานขนาดกลาง–ใหญ่

  3. แบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal Compressor)

    • ใช้ใบพัดหมุนด้วยความเร็วสูง เหมาะกับงานที่ต้องการลมปริมาณมากมาก (เช่น โรงไฟฟ้า, โรงงานปิโตรเคมี)

ระบบประกอบที่สำคัญ

  • Motor / Engine → ขับเคลื่อนการทำงานของคอมเพรสเซอร์

  • Air Filter → กรองฝุ่นก่อนเข้าเครื่อง

  • Lubrication System → หล่อลื่นชิ้นส่วน ลดการสึกหรอ (บางรุ่นเป็น Oil-Free)

  • Cooling System → ลดความร้อนจากการอัด

  • Control System → ควบคุมแรงดัน ตัดต่อการทำงานอัตโนมัติ

สรุป

คอมเพรสเซอร์โรงงานทำงานโดย ดูด–อัด–ระบายความร้อน–เก็บ–จ่ายอากาศ เพื่อให้เครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ประเภทของคอมเพรสเซอร์ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับ ปริมาณลม (CFM) และ แรงดัน (Bar/PSI) ที่โรงงานต้องการ